เทศน์เช้า วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๘
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรม ธรรมะ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์นะ
พระธรรมๆ ไม่ใช่พระทำงาน พระทำงานนี่ข้อวัตรปฏิบัติ
พระธรรม พระธรรมคือสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อาสวักขยญาณทำลายอวิชชาในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พญามารๆ ไง พญามารอยู่ในหัวใจของสัตว์โลก พญามารย่ำยีหัวใจของสัตว์โลกให้เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ
เกิดมาๆ เกิดมาทุกข์เกิดมายากไง เพราะทุกข์เป็นอริยสัจ ทุกข์เป็นความจริง แต่มันต้องเกิด ต้องเกิดเพราะมันมี ของมันมี มันต้องสืบเนื่อง ต่อเนื่องไป
ถ้าของมันหมด ของมันหมด อาสวักขยญาณทำลายอวิชชาพญามาร เรือนยอดของเรือนสามหลังนั้น ในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น พญามารๆ คร่ำครวญ คร่ำครวญนะ เพราะอะไร มันพ่ายแพ้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง
ปางชนะมารๆ นี่วันพระไง ไปวัดไปวา ชนะมาร ชนะพญามารในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะปรินิพพานไง
“อานนท์ เราเอาของเราไปเท่านั้น อานนท์ เราเอาของเราไปเท่านั้น”
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรมๆ ไง พระอรหันต์สมัยพุทธกาลมากมายมหาศาลไง ถ้าพระอรหันต์ๆ เป็นการยืนยันกันว่า สิ่งที่สิ้นกิเลสมันสิ้นกิเลสอย่างไรไง ถ้าสิ้นกิเลส นี่คือพระผู้ประเสริฐไง ถ้าประเสริฐ ประเสริฐในหัวใจดวงนั้นไง มันจะมีสัจจะมีความจริง มันมีหิริ มีโอตตัปปะ มีความละอายต่อบาป
แต่ถ้ามันเป็นมารๆ มันกดขี่ข่มเหงขึ้นมา มันมารน่ะ มันย่ำยี ย่ำยีในหัวใจของตน มันหลอกตัวเอง ตัวเองโดนหลอกยังพ่ายแพ้ โดนมันย่ำยีแล้วยังไปหลอกผู้อื่นๆ เห็นไหม
ถ้าหลอกผู้อื่นๆ เห็นไหม ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ เราทำร้ายตัวเองเป็นเรื่องหนึ่งนะ ถ้าเราทำร้ายคนอื่น เวรกรรมมากมายมหาศาล
ชนะตนประเสริฐที่สุด
พ่ายแพ้ตนแล้วย่ำยีเขาไปทั่ว ย่ำยีเขาไปทั่วด้วยความเห็นผิดของตนไง
ถ้าเป็นความจริงๆ ขึ้นมา เราจะต้องพยายามฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาให้เป็นความจริงของเรา
วันพระๆ ประชาชนขึ้นมา พระของใคร
ถ้าพระของเรา เราคนทุกข์คนจนนะ เราดินปั้นก็เป็นพระแล้ว ถ้าพระของคนที่มีอำนาจวาสนาขึ้นมา เขาเป็นทองเหลือง ทองแดง เขาจะเป็นพระสิ่งใดนะ มันเป็นสัญลักษณ์
แต่ถ้าพระจริงๆ พระมันอยู่ที่ใจ ถ้ามันอยู่ที่ใจ ไม่ต้องไปไหน
เราอยู่กับครูบาอาจารย์มานะ ถ้าครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรม ท่านไม่มีสิ่งใดติดเนื้อติดตัวไปเลย เวลาอยู่ในป่าในเขา สวดมนต์ไหว้พระ นิ้วเป็นรูป ตาเป็นเทียน เวลากราบสิ่งที่ระลึกถึง
นี่ไง เวลาเราทำวัตรสวดมนต์ ระลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
เอ็งระลึกจริงหรือ เอ็งมีสติหรือเปล่า เอ็งรู้เท่าทันใจเอ็งหรือไม่ เอ็งระลึกถึงใคร เอ็งระลึกถึงมารหรือเปล่า มารมันฉุดกระชากลากใจเอ็งไป เอ็งรู้ตัวแล้วหรือยัง ระลึกถึงแต่มารทั้งนั้นน่ะ
ถ้าระลึกถึงพระ ระลึกถึงตนเอง มีหิริ มีโอตตัปปะ มันจะมีความละอาย มีความละอาย มันไม่ย่ำยีตัวของมันเองนะ ไม่หลอกตน ไม่หลอกตนแล้วไม่หลอกใครทั้งสิ้น ถ้าไม่หลอกตนๆ
ชนะตนเองสำคัญที่สุด
ชนะคนอื่น ชนะมากมายมหาศาล เห็นไหม โปฐิละ ใบลานเปล่าๆ ไง ไปที่ไหนลูกศิษย์ลูกหามากมายมหาศาล
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า “โปฐิละใบลานเปล่ามาแล้วหรือ”
ใบลานเปล่าๆ คนล้อมหน้าล้อมหลังขึ้นมา ไม่มีสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอัน นี่ไง พระอัญญาโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรม เป็นสงฆ์องค์แรกของโลก พระอัญญาโกณฑัญญะเป็นพระอรหันต์ พระอัญญาโกณฑัญญะอยู่ในป่าในเขา พระอัญญาโกณฑัญญะไม่ไปยุ่งกับใครเลย
วันที่พระอัญญาโกณฑัญญะจะปรินิพพาน ไปลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระไม่รู้จัก นั่นใครน่ะ ถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั่นใครน่ะ
นี่แหละสงฆ์องค์แรกของโลก เธอไม่รู้จักหรอก ไม่รู้
นี่ถ้าเป็นข้อเท็จจริงไง
แต่พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะท่านเป็นอัครสาวกเบื้องซ้ายเบื้องขวา ท่านมาเพื่อสังคม เพื่อโลก เพื่อเป็นมือเป็นเท้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ถ้าเป็นมือเป็นเท้า เขาทำด้วยสัจจะความจริงของเขาไง
เวลานางวิสาขาจะสร้างวัด ให้พระโมคคัลลานะเป็นผู้ไปดูแล พระอรหันต์ ไม่ปลิ้นปล้อน ไม่กะล่อน ไม่ต่อยอด ไม่พลิกไม่แพลง
ของเราไม่ได้นะ ถ้าทำแล้วต้องฉันเป็นคนบงการ
นี่ไม่มี เพราะพระอรหันต์น่ะ ถ้าเป็นมือเป็นเท้าขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง
นี่ไง ครูบาอาจารย์ที่ดีงามของเรา ท่านทำเป็นตัวอย่าง ถ้าเป็นพระ เป็นผู้ประเสริฐ ให้สงบ ให้นิ่ง ไม่ควรกวนบ้านกวนเมือง ไม่ควรทำลายใครทั้งสิ้น
แต่นี่มันเป็นตลาด วุ่นวายไปหมด
ถ้าเป็นจริงๆ มันสงบสุขไง ถ้ามันสงบสุข มันสงบโดยคนคนนั้นก่อน
คนคนนั้น เห็นไหม พระคืออะไร
วันพระๆ พระคือพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน แล้วพระนั้นวิปัสสนา ยกขึ้นสู่วิปัสสนา รู้แจ้งในการกระทำของตน
หลวงตาพระมหาบัว โครงการช่วยชาติฯ ใครๆ ก็เข้ามาขอเป็นกรรมการ ท่านไม่สนใจใครทั้งสิ้น แล้วปรึกษาใคร ปรึกษาพระธรรม มีปัญหาขึ้นมาเข้าทางจงกรม พระธรรมตอบฉับๆๆ
พระธรรม สัจธรรมอันยิ่งใหญ่ ธรรมเหนือโลก
ถ้ามันเหนือโลกได้ มันจะอยู่ใต้โลกได้อย่างไร ถ้ามันเหนือโลกได้ โลกจะมาครอบงำได้อย่างไร ถ้ามันเหนือโลก มันชักนำโลกต่างหากไง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ จะปรินิพพาน พระอานนท์เป็นพระโสดาบัน คร่ำครวญนะ “ดวงตาของโลกดับแล้ว ดวงตาของโลกดับแล้ว”
ดับเพราะอะไร เพราะใครมีปัญหาสิ่งใดไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งนั้น แล้วองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพาน “ดวงตาของโลกดับแล้ว”
นี่พระโสดาบันนะ คร่ำครวญเสียใจเหมือนกัน เพราะอะไร เพราะต้องการคนที่คุ้มครองดูแล บูชา เพื่อจะให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ไง
“อานนท์ เธออย่าเสียใจไปเลย อีก ๓ เดือนข้างหน้าเขาจะมีการทำสังคายนา เธอจะได้เป็นพระอรหันต์ในวันนั้น”
เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพยากรณ์ไม่มีผิดพลาดไง ฉะนั้น พระอานนท์ ถึงวันที่เขาสังคายนา พระกัสสปะจะทำสังคายนาในพระพุทธศาสนา พอทำสังคายนาในพระพุทธศาสนา ต้องการพระอรหันต์ ๕๐๐ องค์
พระอานนท์ ก็เขาทำสังคายนาแล้ว ยังไม่เป็นพระอรหันต์ เป็นพระโสดาบัน พิจารณาใหญ่ เร่งความเพียรอย่างมากมหาศาล เร่งจน โอ้โฮ! จะเป็นจะตาย เฮ้อ! ขอพักเสียที ปล่อย ปล่อยเจตนา ปล่อยสิ่งที่ส่งออก ปล่อยที่ยึดคำที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพยากรณ์ไว้ต้องเป็นอย่างนั้น ต้องเป็นอย่างนั้น เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพยากรณ์ แต่ไม่ใช่เป็นปัจจัตตัง ไม่ใช่เป็นสันทิฏฐิโก ไม่ใช่อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ไม่ใช่ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนชนะตนเองไม่ได้ หวังพึ่งพิงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพยากรณ์แล้วต้องเป็นอย่างนั้น ต้องเป็นอย่างนั้น แต่มันไม่เป็นความจริงของตนไง วางหมด เห็นไหม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพยากรณ์แล้ว เออ! ก็มุมานะมาทั้งวันแล้วล่ะ พรุ่งนี้เขาจะสังคายนาแล้ว ก็องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกว่าอีก ๓ เดือนข้างหน้า เธอจะได้เป็นพระอรหันต์ ก็เธอจะเป็น ก็อยากจะเป็น แต่มันไม่เป็นน่ะ
เวลามันปล่อยขึ้นมา นี่ไง ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ วิธีการด้วยมรรค ๘ อาสวักขยญาณ เวลามรรคสามัคคี มรรคมันเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา มันมหัศจรรย์ในใจอันนั้นไง
เวลามันปล่อย จะเอนลงพักผ่อนไง มันไม่ไหว มันเต็มที่แล้ว พอลงไปมัน พับ! เป็นพระอรหันต์เลย ด้วยมรรค ด้วยเหตุไง นิโรธดับทุกข์ด้วยมรรค ๘ ด้วยอาสวักขยญาณทำลายอวิชชา
เวลาเขาทำสังคายนา ไม่มีใครถาม พระอานนท์ เธอเป็นพระอรหันต์หรือยัง ไม่ใช่
เขาจะทำสังคายนา ดำดินมาเลย โผล่ขึ้นมาท่ามกลางอาสน์สงฆ์ พระอรหันต์ ๔๙๙ องค์ ไม่ลังเลสงสัยพระอานนท์เลย
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นพระอานนท์เป็นพระโสดาบัน พระโสดาบันเป็นบุคคลคู่ที่ ๑ มันมีคู่ที่ ๒ คู่ที่ ๓ คู่ที่ ๔ ปฏิภาณไหวพริบในธรรมมันแตกต่างกันมาก
พระอานนท์นะ ตอนอุปัฏฐากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปดูในพระไตรปิฎกสิ เราอ่านแล้วมันแบบว่ามันธรรมสังเวชมาก
ถึงเวลาเป็นข้อวัตรที่จะต้องไปเทศนาว่าการพวกภิกษุณี แล้วภิกษุณีมีอภิญญา อุบลวรรณาเป็นพระอรหันต์ที่มีอภิญญา เป็นพระอรหันต์ที่ โอ้โฮ! มหัศจรรย์ แล้วตัวเองปัญญาไม่มี ไปพูดแล้วอายเขา ไม่กล้าไป
ถึงเวลาวาระของพระอานนท์ นิมนต์ให้พระกัสสปะไปแทน พระกัสสปะ เวลาไป พระกัสสปะเป็นพระอรหันต์ เวลาไป พิจารณากายๆ จนพวกภิกษุณีเบื่อ กาย นู่นก็กาย นี่ก็กาย
พระอรหันต์ไง รู้ถึงความรู้สึกของเขา ฉะนั้น วันนั้นพอพระกัสสปะไปนะ ก่อนจะเทศนาว่าการ เหาะขึ้นไปบนอากาศแล้วลงมา เหาะขึ้นไปบนอากาศแล้วลงมา เหาะขึ้นไปบนอากาศแล้วลงมา แล้วเทศนาพิจารณากาย
เออ! คราวนี้กายมันฟัง มันมหัศจรรย์เว้ย เออ! มันไม่น่าเบื่อหน่าย
มันพิจารณากายๆ กายอะไรของมึงวะ โคตรเบื่อเลย อะไรก็กายๆ หมอมันก็ทำกาย สัปเหร่อก็เผากาย ก็กายอยู่นั่นน่ะ กายอะไรของเอ็งวะ
แต่ในใจของท่านเป็นธรรมไง ไอ้ผู้ฟังมันฟังซ้ำฟังซากไง มันขัดข้องใจของมัน เบื่อ ไปเห็นหน้าพระกัสสปะ ไม่ต้องเทศน์หรอก เทศน์แทนได้เลย เหมือนจำมาพูดน่ะ
จำมาพูดส่วนหนึ่งนะ แต่เป็นข้อเท็จจริงมันอีกเรื่องหนึ่งนะ
เวลาพระอานนท์จะไปๆ ไม่กล้าไป นางภิกษุณีที่ไม่มีคุณธรรมมากมายมหาศาล แต่นางภิกษุณีที่มีอภิญญาก็มากมายเหมือนกัน เวลาไป คนที่เป็นไป อายเขาไหม พระอานนท์ไม่กล้าไปนะ นี่เป็นพระโสดาบัน
แต่เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพยากรณ์ไว้ เวลาพระอานนท์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าไว้อย่างนั้นๆ ต้องเป็นพระอรหันต์ๆ มันไม่เป็นสักทีวะ เวลาปล่อยวางหมด เห็นไหม ด้วยวิธีการ ด้วยมรรคสามัคคี ด้วยทางสายกลางในพระพุทธศาสนา เวลามันเป็นจริงขึ้นมาในหัวใจของพระอานนท์ พระอานนท์นะ อึ๊ก!
เวลาทำหน้าที่ไง เขาทำสังคายนาไง ดำดินไปเลย โผล่ท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์ ๔๙๙ องค์ไม่สงสัยพระอานนท์แม้แต่องค์เดียว เวลามันเป็นข้อเท็จจริง ไม่ต้องมีใครมาลังเล ไม่ต้องมีใครมาชักหน้าชักหลัง ถ้าเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมา เป็นข้อเท็จจริงของมันตามความเป็นจริงอันนั้น
แล้วถ้าข้อเท็จจริง มันเป็นอย่างไรล่ะ พระอรหันต์ ๔๙๙ องค์ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรล่ะ มีใครสงสัยบ้างล่ะ
แต่เวลาพระอานนท์ที่ได้ถึงวาระต้องไปเทศน์ในหน้าที่ไง ละล้าละลังๆ ตัวเองก็สงสัย ตัวเองก็ไปไม่ได้ ตัวเองก็คิดว่าคนเขาเห็นในหัวใจของตัวเองหมดไง
เวลาจะไป เวลาพระกัสสปะ พระกัสสปะจะอบรมดูแลพระอานนท์มาก ในพระไตรปิฎก เวลามาเปิดพระไตรปิฎก โอ้โฮ! ฟังแล้ว วุฒิภาวะไง
ไอ้เรามันปุถุชนคนหนา วันนี้วันพระๆ ในพระเรา พระของเราคืออะไร ถ้าพระดินเหนียว พระแก้วมรกต เป็นพระประเภทใด แล้วแต่อำนาจวาสนาของคน อำนาจวาสนาของคนคิดอย่างไร ทำอย่างไรไง
แต่เวลาพระปฏิบัติๆ พระอยู่ที่ใจ
หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ ถ้าปัญญาๆ เราพิจารณาแล้วมันปล่อยวาง ปล่อยวางนั้นคืออะไร มันต้องมีวุฒิภาวะไง วุฒิภาวะที่มันสูงส่งขึ้นมาไง ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ อัปปนาสมาธิ สมาธิมันเป็นอย่างไร แล้วถ้าไม่มีสมาธิ ทุกข์ร้อนขนาดไหน
เวลาคนฝึกหัดนะ ถ้าจิตมันเสื่อม โอ้โฮ! มันฟุ้งมันซ่านมาก มันดีดมันดิ้น มันจะเป็นจะตายในหัวใจ หน้าชื่น อกตรมนั่นน่ะ เวลามันสงบ สงบอย่างไร แล้วถ้ามันดีขึ้น มันดีขึ้นแค่ไหน แล้วดีขึ้นมันพัฒนาขึ้นหรือเปล่า
ไอ้ปัญญาอย่างนี้คอมพิวเตอร์ดีกว่าอีก ตอนนี้เด็กเล็กๆ เขาห้ามเล่นนะ เด็กเล็กๆ ต้องเรียนหนังสือ เด็กเล็กๆ ต้องมีวุฒิภาวะถึงจะมาเล่นคอมพิวเตอร์ มันจะได้ฝึกหัดสมองมัน สมองมันถึงฝึกหัดคิดเป็น แล้วทำได้ ไม่ใช่มีอะไรก็กดๆๆ แล้วตัวเองก็ไม่รู้อะไรเลย แต่ฉลาดนัก ปากแจ๋ว แต่สมองกลวง
แต่ถ้ามันเป็นความจริง พระกรรมฐานไง หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ พระของใคร พระของเรา พระอยู่ที่ใจ
บริษัท ๔ อุบาสก อุบาสิกา ทางโลกเขาอยากได้บุญกุศลของเขา เนื้อนาบุญของโลก เขาถวายทานไว้ในพระพุทธศาสนา นั่นเป็นบุญเป็นกุศลของเขา
เนื้อนาบุญของโลก ไอ้เรามันคนดูแลรักษาเท่านั้นน่ะ มันจะเป็นอะไร พระก็ตั้งไว้ในที่อันสมควร แล้วสมบัติของเราล่ะ
เกิดมาทุกข์เกิดมายาก เกิดมามันมีแต่ความทุกข์ความยาก มีสติมีปัญญาหรือไม่ ถ้ามีสติปัญญาขึ้นมา เราจะแสวงหาทางออกให้ได้
แล้วทางออกมันไม่มี ทุกข์ยาก ทุกข์ซ้ำทุกข์ซาก ทุกข์ซ้ำทุกข์ซ้อนอยู่อย่างนั้น แต่เวลาบวชเป็นพระ ทุกข์อีกสองเท่า เพราะอะไร เพราะมันก็ทุกข์เหมือนโยมนั่นแหละ แต่เราต้องเร่งความเพียรของเราอีก แล้วความเพียรขึ้นมา
สิ่งที่ได้มาด้วยศรัทธาในพระพุทธศาสนา ฉันแล้ว อยู่แล้วอย่างกับหมู กินแล้วก็นอน กอนแล้วก็นิน อย่างนั้นหรือพระปฏิบัติ
พระปฏิบัติเขาไม่เป็นอย่างนั้น อดนอน ผ่อนอาหารของเขา อดนอน ผ่อนอาหารเพื่อไม่ให้ธาตุขันธ์ทับจิต
ธาตุของเรา พิจารณากายๆ ธาตุน่ะเป็นภาระหน้าที่ เจ็บไข้ได้ป่วยติดเตียง ขันธ์ จินตนาการไปทั่ว พิจารณาสิ่งใดไปกว้านเอามาเป็นสมบัติของตน
ของเอ็งหรือ เอ็งทำได้จริงหรือ
ธาตุขันธ์ทับจิตหลอกตลอด
ทั้งๆ ที่เป็นสมบัติของเรา นี่จริงตามสมมุติ ชีวิตนี้ตามความเป็นจริง จริงตามสมมุติ มันเกิดจริงๆ นี่แหละ แล้วเกิดมาเพื่ออะไร
พระโพธิสัตว์ๆ ดูคนจิตใจที่สูงส่ง เขาเกิดมาเพื่อสังคมรอบข้าง สังคมสงบสุข เขาพอใจ พระโพธิสัตว์ๆ เสียสละทุกอย่างเพื่อความสงบสุขของสังคม เพื่อให้สังคมสงบสุข สมณะชีพราหมณ์จะได้ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ ฝึกหัวใจให้มันฉลาดขึ้นมา
ถ้าหัวใจฉลาดขึ้นมา นั่นมันสมบัติของใคร เราไม่พลัดพรากจากเขา เขาก็พลัดพรากจากเรา มีอะไรเป็นของใคร ไม่มีอะไรเป็นของใครทั้งสิ้น
ไม่มีอะไรเป็นของใคร มันก็ไม่มีของใครไง ก็เลยบรรลุธรรมไง ก็เลยไม่มีอะไรเลยไง
มันต้องมีสิ หลวงปู่เจี๊ยะพูดประจำ มันต้องมีสิ
แล้วมีอย่างไร แล้วอะไรเหลือ อะไรอยู่ อะไรไป อะไรมา อะไรมันเป็นอะไร นี่ถ้ามันเป็นจริงไง
วันพระ ถ้ามีพระอยู่ในหัวใจของตัว มันจะเป็นความจริงขึ้นมา แล้วตรวจสอบของเรา เราไม่ต้องโต้แย้งใครทั้งสิ้น จริงหรือเปล่า กาลเวลาพิสูจน์หมดนะ
กาลเวลากลืนกินทุกอย่าง กลืนกินทั้งประสบการณ์ของเราด้วย แต่ถ้าเราทำความจริงของเรา สิ่งที่เราทำมาเป็นจริตเป็นนิสัย เราฝึกหัดปฏิบัติให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ ถ้ามันเป็นไปไม่ได้ ก็ให้เป็นจริตเป็นนิสัย เป็นอำนาจวาสนา
ถ้าเป็นจริตเป็นนิสัย เป็นอำนาจวาสนา มันชอบ เห็นแล้วถูกใจ เห็นแล้วอยากเป็น เห็นแล้วอยากทำ
แต่ถ้าเป็นตรงข้าม พญามาร เห็นแล้วมันอยากหลีกหนี หลีกเร้น ทำลาย ทำลายทุกอย่างที่มันจะเป็นคุณงามความดี เพราะมันอาย ทำลาย ทำลายซะ เห็นไหม ไอ้พวกแซงหน้าแซงหลัง
สิ่งที่จะได้มา ประเพณีวัฒนธรรมกว่าจะได้มาในชาติ ชาติที่มีวัฒนธรรม พระพุทธศาสนามีข้อวัตรปฏิบัติ หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นฟื้นฟูขึ้นมาทั้งชีวิต เป็นรุ่นที่ ๓ รุ่นที่ ๔ แล้ว คนมีบุญมีกุศลนะ ฟื้นฟูขึ้นมา ฟื้นฟูขึ้นมาเป็นหนทาง เป็นแนวทางให้คนฝึกหัดปฏิบัติ
แล้วถ้าเป็นข้อเท็จจริง ถ้ามันเป็นจริตเป็นนิสัย มันชอบ เห็นแล้วชอบ เห็นแล้วซาบซึ้ง เห็นแล้วเคารพบูชา
ไอ้คนที่ไม่เห็นด้วย มันพยายามลบล้าง มันเป็นกฎ มันเป็นกติกาที่บีบหัวใจกูฉิบหายเลย กูอยากจะนอนกับกิน กินกับนอนเท่านั้นน่ะ ทำไมมาบังคับกูฉิบหายเลย ถ้ามันไม่ชอบ
นั่นแหละเครื่องอยู่ของใจ ไม่ชอบก็บีบรัดมันด้วยสติ กดมันไว้ด้วยสติด้วยปัญญา แล้วฝึกหัดเป็นจริตเป็นนิสัย มันทำเป็นเรื่องธรรมดา เป็นชีวิตปกติ หัวใจเป็นธรรม คุณธรรมอันนั้นยิ่งใหญ่ นั้นถึงจะเป็นพระ วันพระของใคร เอวัง